ทำความรู้จักกับ STEM Education กันค่ะ

STEM Education หรือสะเต็มศึกษา เป็นแนวทางการจัดการศึกษาที่สำคัญที่ช่วยพัฒนาทักษะที่จำเป็นแห่งศตวรรษที่ 21 ให้สำหรับน้องๆ Polyglot Learning Club ได้นำแนวทางนี้มาใช้ในการออกแบบกิจกรรมให้น้องๆ พร้อมกับการเรียนภาษาไปควบคู่กันค่ะ

คุณพ่อคุณแม่อาจสงสัยว่าสะเต็มศึกษานั้นจริงๆ แล้วคืออะไร และมีความสำคัญอย่างไร วันนี้เรามีโอกาสได้สัมภาษณ์  ดร. กานจุลี ปัญญาอินทร์ นักวิชาการศึกษาชำนาญการพิเศษ สังกัด สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา  สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน  กระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งปัจจุบันท่านเป็น Senior Core Trainer ของโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย และเป็น Project manager ของโครงการ Inspiring Science ด้วยค่ะ

ดร. กานจุลี ปัญญาอินทร์

ดร. กานจุลี ปัญญาอินทร์

ประสบการณ์เกี่ยวกับ STEM Education ทั้งในและต่างประเทศของดร.กานจุลี

ด้วยการที่ตัวเองจบการศึกษาวิทยาศาสตร์ศึกษาโดยตรงและมีหน้าที่ดูแลการจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ให้กับนักเรียนทั่วประเทศตั้งแต่ระดับประถมวัยจนถึงมัธยมศึกษาตอนปลายนั้น ทำให้ต้องศึกษาค้นคว้าแนวทางการจัดการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์ใหม่ๆ ที่มีประสิทธิภาพและเป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ มาบูรณาการกับบริบทการจัดการเรียนการสอนของประเทศไทย จึงสนใจสะเต็มศึกษาโดยเริ่มต้นจากการอ่านบทความและรายงานวิจัยต่างๆ รวมทั้งการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับนักวิทยาศาสตร์ศึกษาชั้นนำระดับนานาชาติ ๆ ในงานประชุมเชิงวิชาการต่างๆ เพื่อนำมาวิเคราะห์เป็นแนวทางที่จะนำสะเต็มศึกษามาจัดการเรียนการสอนในประเทศไทย โดยผ่านเครือข่ายเพื่อนครู NSTA (National Science Teacher Association) ประเทศสหรัฐอเมริกาในการพัฒนาหลักสูตรพัฒนาศักยภาพครูอย่างต่อเนื่องให้กับครูวิทยาศาตร์ในประเทศไทยได้เรียนรู้เกี่ยวกับสะเต็มศึกษา และได้นำเอากิจกรรมของโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ซึ่งร่วมกับ มูลนิธิ Haus der kleinen Forscher ประเทศเยอรมนี มาให้นักเรียนปฐมวัยได้มีโอกาสทำกิจกรรมสะเต็มศึกษาเพื่อเสริมประสบการณ์ รวมทั้งในขณะที่ได้ดำรงตำแหน่ง Programme Office ณ SEAMEO Secretariat ได้มีโอกาสขยายองค์ความรู้สะเต็มศึกษาให้กับประเทศสมาชิกทั้ง 11 ประเทศ ผ่านเวทีวิชาการต่างๆ

STEM Education คืออะไรคะ

จะขออ้างอิงนิยามของสะเต็มศึกษาจาก สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) ดังนี้ค่ะ

“สะเต็มศึกษา (Science Technology Engineering and Mathematics Education: STEM Education) คือ แนวทางการจัดการศึกษาให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้และสามารถบูรณาการความรู้ทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี กระบวนการทางวิศวกรรม และคณิตศาสตร์ ไปใช้ในการเชื่อมโยงและแก้ปัญหา ในชีวิตจริง รวมทั้งการพัฒนากระบวนการหรือผลผลิตใหม่ควบคู่ไปกับการพัฒนาทักษะแห่งศตวรรษที่ 21″ (ที่มา: เอกสาร สะเต็มศึกษา สสวท.)

ดังนั้น สะเต็มศึกษาจึงไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เป็นการต่อยอดหลักสูตรโดยบูรณาการการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี กระบวนการทางวิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์ เพื่อนำไปใช้แก้ปัญหาในชีวิตจริง และการประกอบอาชีพในอนาคต

การเรียนแบบ STEM มีประโยชน์อย่างไรบ้างคะ

สะเต็มศึกษาส่งเสริมการเรียนรู้ผ่านกิจกรรมหรือโครงงานที่มุ่งแก้ปัญหาที่พบเห็นในชีวิตจริง เพื่อสร้างเสริมประสบการณ์ ทักษะชีวิต ความคิดสร้างสรรค์ นำไปสู่การสร้างนวัตกรรม ซึ่งผู้เรียนที่มีประสบการณ์ในการทำกิจกรรมหรือโครงงานสะเต็มจะมีความพร้อมที่จะไปปฏิบัติงานที่ต้องใช้องค์ความรู้ และทักษะด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยีในภาคการผลิต และการบริการที่สำคัญต่ออนาคตของประเทศ เช่น การเกษตร อุตสาหกรรม การพลังงาน การจัดการสิ่งแวดล้อม การบริการสุขภาพ ลอจิสติกส์ รวมทั้งยังพัฒนาเจตคติทางวิทยาศาสตร์ของผู้เรียนอีกด้วย

สามารถนำ STEM มาประยุกต์ใช้กับการเรียนภาษาในเด็กได้หรือไม่ และจะมีผลดีอย่างไร

การจัดการเรียนรู้ตามแนวทางสะเต็มศึกษาไม่ได้จำกัดอยู่ในกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และการงานอาชีพและเทคโนโลยี เท่านั้น แต่สามารถนำความรู้ในวิชาอื่น เช่น ศิลปะ ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ สุขศึกษา พลศึกษา มาบูรณาการได้อีกด้วย ซึ่งจะเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้ถ่ายทอดหรือประยุกต์ใช้ แนวคิดสำคัญด้วยความคิดสร้างสรรค์และมี จินตนาการยิ่งขึ้น ผู้เรียนยังสามารถสื่อสารความคิดของตนเอง ในรูปแบบของดนตรีและการเคลื่อนไหวการสื่อสารด้วยภาษา ท่าทางหรือการวาดภาพ หรือการสร้างโมเดลหรือแบบจำลองงานนั้นๆ มีองค์ประกอบด้านความสุนทรีย์และความสวยงาม เพิ่มขึ้น เกิดเป็นชิ้นงานที่มีความสมบูรณ์ทั้งการใช้งานและความสวยงาม

STEM หนึ่งในกิจกรรมที่ Polyglot

STEM หนึ่งในกิจกรรมที่ Polyglot

กิจกรรมที่นำมาใช้ในการเรียนการสอนแบบ STEM มีข้อจำกัดของอายุหรือไม่ เด็กเล็กสามารถเรียนผ่านกิจกรรม STEM ได้ไหม

ไม่มีค่ะ ปัจจุบันในประเทศไทยเอง หรือ ประเทศต่างๆ ได้นำกิจกรรมสะเต็มศึกษาเข้ามาให้นักเรียนได้มีโอกาสเรียนรู้ตั้งแต่ระดับปฐมวัย สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้จากเวปไซต์ http://www.littlescientistshouse.com/about/

หากเปรียบเทียบกับการเรียนของนักเรียนไทยในปัจจุบัน การเรียนแบบ STEM จะส่งผลดีต่อผู้เรียนอย่างไรโดยในอนาคต

สะเต็มศึกษาจะช่วยให้ผู้เรียนมีทักษะการวิเคราะห์ คิดสร้างสรรค์ แก้ปัญหาในชีวิตจริงและสร้างนวัฒนกรรมที่ใช้สะเต็มเป็นพื้นฐาน และเกิดเรียนรู้อย่างมีความสุข และมองเห็นเส้นทางการประกอบอาชีพในอนาคต ซึ่งจะส่งผลให้ประเทศไทยจะมีกำลังคนด้านสะเต็ม (STEM Workforce) ที่จะช่วยยกระดับรายได้ของชาติให้สูงกว่าระดับรายได้ปานกลางในอนาคต
ในฐานะผู้ที่อยู่ในแวดวงการศึกษา ดร.กานจุลี มีความเห็นว่ามีความเหมาะสมและเป็นไปได้หรือไม่ที่จะนำหลักสูตรการเรียนแบบ STEM มาประยุกต์เข้ากับการเรียนการสอนในโรงเรียนของเด็กไทย อะไรคืออุปสรรคและความท้าทายที่สำคัญ

การจัดการเรียนรู้ตามแนวทางสะเต็มศึกษามีความเหมาะสมและสามารถนำมาประยุกต์กับการจัดการเรียนรู้ในประเทศไทยได้ เป็นอย่างดี เนื่องจากเป็นการเรียนการสอนสอนที่เน้นการบูรณาการ ช่วยนักเรียนสร้างความเชื่อมโยงระหว่างเนื้อหาวิชาทั้ง 4 กับชีวิตประจำวันและการทำอาชีพ และเน้นการพัฒนาทักษะในศตวรรษที่ 21 ซึ่งจะท้าทายความคิดของนักเรียน และ เปิดโอกาสให้นักเรียนได้แสดงความคิดเห็น และความเข้าใจที่สอดคล้องกับเนื้อหาทั้ง 4 วิชา

เนื่องจากจุดประสงค์ของการจัดการเรียนรู้ตามแนวทางสะเต็มศึกษา คือ ส่งเสริมให้ผู้เรียนรักและเห็นคุณค่าของการเรียนวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์ และเห็นว่าวิชาเหล่านั้นเป็นเรื่องใกล้ตัวที่สามารถนำมาใช้ได้ทุกวัน ดังนั้นความท้าทายจึงอยู่ที่กระบวนการจัดการเรียนรู้ของครูที่ต้องปรับเปลี่ยนจากแนวคิดที่มองว่าการเรียนการสอนคือการส่งผ่านองค์ความรู้ (Body of knowledge) ไปเป็นการเรียนการสอนเพื่อให้นักเรียนสามารถสร้างองค์ความรู้ได้ด้วยตัวเอง ดังนั้นการพัฒนาศักยภาพครูเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง

อะไรคือสิ่งที่ ดร.กานจุลี คิดว่าอยากจะปรับปรุง หรือนำมาใช้ในการเรียนภาษาของเด็กไทยในปัจจุบันมากที่สุด

สิ่งที่ประเทศไทยควรปรับปรุงอย่างเร่งด่วนมีสองประการ คือกระบวนการประเมินผล และ การจัดการเรียนรู้ เนื่องจากในปัจจุบันการวัดและประเมินผลของประเทศไทยอยู่ในระดับการวัดความรู้ ความจำ ความเข้าใจ ไม่ได้เน้นการวัดระดับการคิดขั้นสูง ส่งผลให้โรงเรียนเองจัดการเรียนรู้เพื่อตอบสนองต่อการประเมินผลดังกล่าว ทำให้นักเรียนไม่สามารรถพัฒนาทักษะการคิดขั้นสูงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การบูรณาการสะเต็มศึกษากับการเรียนภาษาในเด็กเล็ก

การบูรณาการสะเต็มศึกษากับการเรียนภาษาในเด็กเล็ก

************************************

ทาง Polyglot Learning Club ต้องขอขอบคุณดร. กานจุลี ปัญญาอินทร์ ที่ให้ความรู้และความชัดเจนของสะเต็มศึกษา ส่วนเทคนิคการนำสะเต็มศึกษามาใช้ควบคู่กับการเรียนภาษาที่ 2 อย่างไรนั้น ขอเชิญคุณพ่อคุณแม่มาเยี่ยมชมโรงเรียนเราได้นะคะ

สนใจทดลองเรียนจีน/อังกฤษสำหรับน้อง 1 ขวบขึ้นไป ฟรีติดต่อ Polyglot Learning Club (แจ้งวัฒนะ) – ศูนย์ส่งเสริมพัฒนาด้านการพูดฟังด้านภาษาสำหรับเด็กเล็ก โทร. 020-400-400 / polyglot.in.th / Line ID : @polyglot

No Comments

Enroll Your Words

To Top